อิวาโนวิช : การเป็นแชมป์เก่าทำให้เชลซีเสียการควบคุม

เชลซีเป็นทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอและไม่เคยหมดความน่าสนใจแต่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช หวนคิดว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่เป็นเหมือนต้นฤดูกาลนี้มาก่อน

สัมภาษณ์ฉบับนี้เป็นการพูดถึงช่วงต้นฤดูกาลในมุมมองของกองหลังชาวเซิร์บซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ตกต่ำที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาเลยก็ว่าได้  วันนี้บราน่าได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องราวต่างๆอย่างตรงไปตรงมา

บางทีนี่อาจง่ายขึ้นในการที่จะพูดถึงเรื่องราวเก่าๆ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างกำลังเข้าที่เข้าทางอีกครั้งและความภาคภูมิใจกำลังถูกกู้คืนกลับมา  เชลซีทำอันดับไต่ขึ้นบนตารางคะแนนได้เรื่อยๆ ขณะที่ฟุตบอลถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และเอฟเอ คัพ ก็ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมเรียบร้อย

ทั้งนี้กองหลังวัย 32 ปี ได้เปิดเผยว่านักเตะเชลซีไม่ได้จัดการกับความกดดันในการเป็นแชมป์เก่า จึงทำให้ทีมสูญเสียการควบคุม

อิวาโนวิชคิดว่าเจ้าของทีมอย่าง ‘ เสี่ยหมี ‘ โรมัน อบราโมวิช น่าจะเปลี่ยนผู้เล่นทั้ง 25 คนมากกว่า แต่กลับกลาย เป็นโชเซ่ มูรินโญ่ ที่ถูกปลดออกไปและถูกแทนที่โดย กุส ฮิดดิ้งค์   ” เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา ” อิวาโนวิช กล่าว  ” คนที่อยู่ในสโมสรไม่มีใครรู้  เราจบฤดูกาลได้อย่างวิเศษเมื่อซีซั่นก่อน เราคว้าแชมป์ได้ เรารู้ดีว่ามันยากแค่ไหน ”

” โชเซ่ บอกเราว่าฤดูกาลที่ยากที่สุดคือปีถัดมาหลังจากที่คุณคว้าแชมป์ได้เพราะทุกคนจะจับตามองคุณเป็นพิเศษ  เราพร้อมรับมือกับเรื่องนั้นแต่เราออกสตาร์ทฤดูกาลได้ไม่ดีเลย และเราสูญเสียการควบคุมทั้งในเกมแข่งขันและสภาพจิตใจของเราเอง ”

” สำหรับผมแล้วช่วง 3 หรือ 4 เดือนนั้นคือช่วงเวลาที่น่าผิดหวังที่สุดในอาชีพของผม  เราไม่สามารถรับมือกับความกดดันของการเป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้ ”

” คู่แข่งขันของคุณมีความกระหายหนักมากและพวกเขามองมาที่คุณในแบบที่ต่างออกไป พวกเขาเริ่มหวาดกลัวคุณ ”

” แต่พอเราไม่ชนะ 6 หรือ 7 เกม คนอื่นๆจะคิดว่าเราไม่แข็งแกร่งเหมือนฤดูกาลก่อนแล้ว  พวกเขาก็รู้สึกคุ้นชิน และจากนั้นก็ไม่เกรงกลัวเราอีก นี่คือปัญหาของการเป็นผู้เล่น ”

หลังจากมีฟอร์มที่โดดเด่นคงเส้นคงวามาหลายปีแต่อิวานิชต้องมาพบกับประสบการณ์ฟอร์มหลุดในฤดูกาลนี้  ” ผมคิดถึงเรื่องนี้มากๆ ” นักเตะวัย 32 ปีกล่าว  ” ผมได้รับคำวิพากย์วิจารณ์มากมายจากสาธารณชนแต่ผมวิจารณ์ตัวเองมากกว่านั้นเสียอีก  ผู้เล่นทุกคนจะตำหนิตัวเองมากที่สุด ”

” ผมพยายามหาเหตุผลว่าทำไมผมถึงเล่นได้ไม่เหมือนฤดูกาลก่อน  เราใส่กันเต็มที่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เต็มที่มากกว่าขีดความสามารถของเราด้วยซ้ำ และเราไม่ได้ตระหนักเลยว่ามันอันตรายแค่ไหนสำหรับการเป็นแชมเปี้ยนส์  ถ้าหากพวกเราล้มลงเราไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา “

” ผมได้รับบาดเจ็บและทำอะไรได้ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ในสิ่งที่ผมกำลังทำหรือต้องทำ โชเซ่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย เขาไม่ได้เปลี่ยนแนวทางการฝึกซ้อมให้พวกเรา  เขาไม่ได้เปลี่ยนวิธีที่ดูแลเรา เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย เขาทำทุกอย่างเหมือนเดิม ”

” ฟุตบอลเป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับผู้เล่นผู้จัดทีมไม่ได้ลงสนาม  มันคือ 11 ต่อ 11 คน คุณต้องทำให้ดีกว่าคู่แข่งในตอนเริ่มต้นฤดูกาลและพวกเราไม่ได้ทำอย่างนั้น ”

” นักเตะต้องรับผิดชอบกับสถานการณ์ต่างๆมากกว่าผู้จัดการทีม แน่นอนฟุตบอลเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงนักเตะทั้ง 25 คนในฤดูกาล ”

” แต่ผมคิดว่าสโมสรนี้ถ้าอบราโมวิชสามารถทำได้ เขาคงเปลี่ยนพวกเราทุกคนด้วย  มันยากนะที่จะพูดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง ”

 

ตั้งแต่ที่อบราโมวิชปลดมูรินโญ่ในเดือนธันวาคม เชลซีพลาดท่าปราชัยเพียง 1 นัดเท่านั้นต่อปารีส แชงต์ แชร์กแมง และกำลังจะกลับมาเล่นนัดสองที่บ้าน ในคืนวันพุธนี้   สำหรับพรีเมียร์ลีก พวกเขาไม่แพ้ใครมา 11 เกมแล้วภายใต้การคุมทีมของ กุส ฮิดดิ้งค์ ผู้จัดการทีมชั่วคราวที่กำลังเตรียมตัวเปิดบ้านต้อนรับ สโต๊ค ซิตี้ ในวันเสาร์นี้ ( วันนี้ )

” กุส สมควรได้รับเครดิตมากๆ ” อิวาโนวิช พูด  ” เขาทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งแต่มันก็เกี่ยวเนื่องกับพวกผู้เล่นด้วยเหมือนกัน  การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมเหมือนเป็นการปลุกให้เราตื่น และทำให้เรากลัว ”

” ตอนที่มีโชเซ่เราเหมือนมีเกราะกำบังอยู่ข้างหน้า  เรามีใครสักคนที่คอยปกป้องเราจากคำวิพากย์วิจารณ์ต่างๆ ”

” ตอนนี้มีเพียงแค่เราแล้ว เราไม่สามารถโทษคนอื่นได้  เราไม่มีใครที่อยู่ข้างเราและเราต้องเริ่มชนะให้ได้ซึ่งก็คือเป้าหมายของทีม ”

” เชลซีไม่ควรตกอยู่ในสถานการณ์อย่างที่เราเป็นในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม  ตอนนี้เราทำผลงานกันได้ดีมาก  เรากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มีฤดูกาลที่ดี  เราไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไงตอนนี้เราต้องค่อยๆก้าวไปทีละก้าว ”

อิวาโนวิชได้ฟอร์มเดิมกลับมาแล้ว เขาได้รับการขยายสัญญาฉบับใหม่ไปจนถึงฤดูกาลหน้าและได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมลงสนามด้วยเมื่อ จอห์น เทอร์รี่ ไม่ได้ลงเล่น  ในเกมกับนอริชเมื่อคืนวันอังคารเขาลงเล่นให้เชลซีครบ 350 นัด และกับการที่เทอร์รี่อาจต้องเก็บข้าวของย้ายออกจากสแตมฟอร์ม บริดจ์ ในซัมเมอร์นี้ ทำให้อิวาโนวิชได้กลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งกัปตันทีม

” เป็นคำถามที่ยากนะ ” อิวาโนวิชตอบเมื่อถูกถามว่าเขาได้นึกฝันถึงบทบาทนี้บ้างไหม   ” เรามีกัปตันทีมอยู่แล้วคนเดียว  ผมไม่ชอบคิดถึงเรื่องอนาคต “

” ผมพยายามทำให้ดีที่สุดและเตรียมพร้อมถ้าหากสิ่งนั้นเกิดขึ้น  ผมคงหวังว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ ผมก็มีความสุขอยู่กับสิ่งที่เป็นนี้นะ ผมเป็นกัปตันทีมชาติของผมดังนั้นผมจึงรู้ดีว่ามันกดดันยังไง “

” กัปตันทีมที่ดีต้องประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์มากมาย ต้องเป็นผู้ชนะเสมอ “

” ในสนามคุณต้องเป็นคนที่ทุกๆคนในทีมมองหา  เมื่อเราเสียประตูเรามักมองไปที่จอห์นและเห็นปฏิกิริยาตอบกลับของเขา ”

” คุณมักคาดหวังถึงสิ่งดีๆและนอกสนามคุณก็ต้องแสดงความเป็นมืออาชีพ เป็นตัวอย่างที่ดี ”

” ใน 2 ปีหลังมานี้เราขาดภาวะของการเป็นผู้นำ  เรามีนักเตะเก่งๆลายครามหลายคนที่เป็นคนสร้างทีม เราชนะ และเมื่อคุณชนะคุณก็ต้องหาผู้นำคนใหม่ ”  ” เรามีทรัพยาบุคคลเพียงพอที่จะเป็นผู้นำได้แต่ในความคิดของผมเราสูญเสียความเป็นผู้นำอยู่เล็กน้อย ”

อิวาโนวิชเป็นนักรบเสมอแม้ว่าจะเจ็บเลือดสาดแต่เขาก็ยังทำประตูได้ จนได้รับคำชื่นชมจากมูรินโญ่ว่า ” เขาเป็นสัตว์ที่รักการแข่งขันและมีหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง ”  หลังจากลงเล่นทั้งที่มีเลือดออกเต็มรองเท้าสตั๊ดและทำประตูชัยให้ทีมเอาชนะลิเวอร์พูลได้ในการแข่งขันฟุตบอลแคปิตอล วัน คัพ รอบชิงชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

” พอผมกลับถึงบ้านผมไม่รู้สึกเจ็บเลย ” อิวาโนวิช กล่าว  ” ไม่ใช่เพราะว่าหมอจ่ายยาให้ผมหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเมื่อผู้จัดการทีมพูดแบบนี้กับคุณๆจะมีความสุขมากเสียจนลืมความเจ็บปวดไปเลย  เขารู้ดี ”

” ผมอยู่ที่บ้านก้มมองเท้าตัวเองและคิดว่าผมคงไม่ต้องรักษาเป็นสัปดาห์หรือสองสัปดาห์หรอก  จากนั้นผมก็กลับไปสนามซ้อมในเช้าวันรุ่งขึ้นและโชเซ่บอกว่า  ‘ คุณพร้อมแล้วหรอ ?  ผมไม่พร้อมหรอกนะแต่ผมบอกว่า ‘ ครับ ‘ ”

” ผมเล่นทั้งที่ยังมีแผลและมีเลือดไหล  95 เปอร์เซ็นต์ของทีมในโลกนี้ล้วนเคยทำแบบนี้ทั้งนั้น  มันเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุข  เป็นโมเม้นที่เราไม่มีเวลาจะมารู้สึกถึงความเจ็บปวดได้เลย ”

ที่มา : http://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-3477450/Branislav-Ivanovic-Chelsea-not-cope-pressure-champions.html

 

BY OFFSIDE · 05/03/2016